กุมภาพันธ์ 2559 l Corporate

จากนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติไทยสู่นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์พันล้าน หลังยุติบทบาทนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติไทยอย่างถาวร

มาวันนี้ แว-อภิภูพรหมโยธี ก็สวมบทนักธุรกิจเต็มตัว ด้วยการเปิดกรุสมบัติปัดฝุ่นที่ดินมรดกล้ำค่าจากปู่-ย่าย่านหลังสวนมาพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์สุดหรูพิสูจน์ฝีมือในบทบาทใหม่อย่างเต็มที่

 

แม้จะไม่ได้เป็นตระกูลที่เปิดตัวหวือหวานักในแวดวงธุรกิจยุคนี้แต่หากย้อนไปหลายสิบปีตระกูล “พรหมโยธี” เป็นที่รู้จักอยู่ไม่น้อยในฐานะเป็นสกุลขุนทางชั้นผู้ใหญ่ของ พลเอกมังกร พรหมโยธี และหม่อมเจ้าหญิงบรรเจิดวรรณวรางค์วรวรรณ (ท่านหญิงแต๋ว) ที่สำคัญยังเป็นเจ้าของที่ดินหลายแห่งในทำเลทองของกรุงเทพฯและต่างจังหวัดดังนั้นธุรกิจหลักของครอบครัวพรหมโยธีจึงคลุกคลีอยู่ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่รุ่นพ่อมาจนถึงปัจจุบัน

 

อภิภูพรหมโยธี กรรมการผู้จัดการบริษัท ณวรางค์ แอสเซท จำกัด เป็นลูกชายคนโตของ กำจรเดช กับ อัมพิกา เกิดและเติบโตย่านหลังสวนในวัยเด็กมีโอกาสเรียนขี่ม้าอย่างจริงจัง นำมาซึ่งการฝึกซ้อมอย่างหนักและต่อเนื่องจนปี 2544 ระหว่างที่เรียนมัธยมปลายที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยก็ได้รับการคัดเลือกให้เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติได้เข้าแข่งขันรายการแรกในกีฬาซีเกมส์ ประเทศมาเลเซียคว้าเหรียญเงินประเภททีมให้กับทีมชาติไทย

“ภูมิใจนะครับ ตอนนั้นอายุ 16เหรียญแรกที่ได้ทำให้ผมมุ่งมั่นต่อไปในเส้นทางนี้ก็ได้แข่งอีกหลายรายการ และเป็นโค้ชให้นักกีฬาไทยด้วยช่วงหลังถึงจุดที่เรารู้สึกอยากไปต่อ แต่การสนับสนุนจากครอบครัวฝ่ายเดียวมันไม่พอจะไปต่อก็ไม่ถึงเป้าหมายแน่ ผมจึงต้องหยุดแล้วมาเรียนรู้งานสานต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของครอบครัว” อภิภูเริ่มต้นบอกเล่าถึงชีวิตในอดีตกับเราด้วยรอยยิ้มสดใส

 

หลังตัดสินใจกระโดดลงจากอานม้าแล้วหนุ่ม “แว” ก็เริ่มต้นงานให้กับครอบครัวของเขาโดยจับมือกับพี่ชาย (ลูกอา) ร่วมกันก่อตั้งบริษัท ปอร์ติโก พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด และพัฒนาที่ดินผืนแรกของเขา ด้วยการปั้น “เดอะปอร์ติโก้ คอมมิวนิตี้มอลล์” เป็นโครงการแรกในซอยหลังสวนทำให้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ไทย เดอะ ปอร์ติโก้ได้พิสูจน์ตัวเองมาตั้งแต่เริ่มเปิดตัวโครงการปี 2556 ว่าเป็นจุดนัดพบใหม่คนเมืองที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาสนุกสนาน ทำให้ซอยหลังสวนไม่เงียบเหงา

ที่ดินหลังสวนอันมีถนนชิดลมพาดผ่าน ถือเป็นจุดเชื่อมความเจริญสูงสุดของ กทม.เมืองหลวงราคาประเมินจากกรมที่ดินล่าสุดก็เฉียดหลักล้านบาทแล้วจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทุกการเคลื่อนไหวในที่ดินผืนนี้มักเป็นที่น่าสนใจยิ่งนัก “แว”จึงเลือกเปิดกรุมรดกที่ดิน ที่ท่านแต๋ว-หม่อมเจ้าหญิงบรรเจิดวรรณวรางค์ผู้เป็นย่ายกเป็นมรดกแก่ลูกและตกทอดถึงเขามาปัดฝุ่นอีก 1 ผืน

“ครอบครัวเรามีที่ดินเป็นมรดกจากคุณปู่คุณย่า ที่หลังสวนรวม 3 แปลงครับผมวิ่งเล่นตรงนี้มาตั้งแต่เด็กๆ วิถีชีวิตคนตรงนี้เปลี่ยนจากอดีตไปมากผมคิดว่าได้เวลาที่ควรนำมาต่อยอดพัฒนาให้มีคุณค่า ดีกว่าปล่อยเป็นที่ดินว่างเปล่าเลยตัดสินใจทำคอนโดมีเนียม ใช้ชื่อ “ณ วรา เรซิเดนส์”

 

จากบุคลิกหนุ่มนักกีฬาที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูงมีสไตล์ชัดเจน คิดไว ทำไว ของนักธุรกิจรุ่นใหม่ จึงอาจทำให้ถูกมองเป็นคนที่มุทะลุ มุ่งมั่นในทางที่ตนเองเลือกเดินเพราะเมื่อครั้งเป็นนักกีฬา เขาจะทุ่มเทสุดตัวสุดกำลังเพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะและเมื่อเป็นนักธุรกิจจึงมีความนึกคิดไม่ต่างไปจากเมื่อครั้งเล่นนักกีฬา

“สำหรับผมไม่หมือนกันนะครับเวลาผมเล่นกีฬา ได้อยู่กับม้า บริหารและควบคุมม้าให้เป็นไปอย่างใจผมได้แต่ธุรกิจอยู่กับคน ผมไม่สามารถควบคุมคนทุกคนให้ได้อย่างใจไม่ได้หรอกครับเราต้องพยายามเข้าถึงจิตใจของคนรอบข้างผมเชื่อว่าการบริหารคนคือการบริหารจิตใจของตนเองและมองผู้อื่นอย่างเข้าใจ”

 

แม้จะใช้ชีวิตตามกรอบที่ดีงามมีหลักการและเหตุผล แต่ทุกการทำงานก็มีเรื่องให้ต้องคิด และแก้ไขตลอดเวลาอภิภูบอกว่า ทุกประสบการณ์ที่พบ ทุกปัญหาที่ผ่านเข้ามาเขาไม่เก็บเอามาคิดซับซ้อนวุ่นวายให้ทุกข์หนักเหมือนก่อนเมื่อเกิดปัญหาก็ยอมรับให้ได้ว่ามีอยู่ หาวิธีแก้ปัญหา และดำเนินชีวิตต่อไป “ผมเชื่อมั่นใจกำลังใจตัวเองนะครับผมคิดว่าทุกอย่างถ้าตั้งใจทำต้องสำเร็จ ท้อได้แต่ไม่เคยถอยทุกปัญหาต้องมีทางแก้ไข"

ณ วันนี้ แว- อภิภู พรหมโยธีกำลังสร้างบทพิสูจน์ตัวเองด้วยความมุ่งมั่นครั้งสำคัญจากนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติไทยสู่นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์พันล้าน